2006/Nov/16

พูดถึงเมดหรือสาวใช้ คนการ์ตูนทั้งที่เป็นคนธรรมดาหรือระดับโอตาคุ คงจะมีภาพอย่างเดียวกันปรากฎขึ้นในสมองทันที ว่าจะต้องเป็นสาวน้อยน่ารักในชุดสาวใช้สไตล์ยุโรปโบราณ มีผ้ากันเปื้อนสีขาวมีระบาย มีที่คาดผมลูกไม้สีขาว อุปกรณ์ประจำตัวก็ต้องไม้กวาด ไม้ถูพื้น ตะหลิว หรือไม้กระบอง (ไว้ฟาดเจ้านายหื่นๆ) บางคนจะใส่ออพชั่นเพิ่มเติมเช่นแว่นตา หูแมว หรืออื่นๆ เพิ่มลงไปด้วย แต่โดยรวมๆ ก็คงได้ภาพออกมาเป็นแบบนี้ล่ะมั้งครับ

แต่ทีนี้ ตัวอาชีพความเป็นสาวใช้เนี่ย ไม่ใช่อาชีพที่จะก้าวหน้าหรือทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำมากนักหรอกครับ ถ้าสำหรับใครที่ทำงานนี้เป็นอาชีพหลักและอาชีพเดียวจริงๆ เพราะต้องไม่ลืมว่าสาวใช้ ก็คือสาวใช้วันยังค่ำ หน้าที่หลักก็คือคอยรับใช้งานที่เจ้านายสั่งมา และก็เท่านั้นเอง ดังนั้นสำหรับหลายๆ คนแล้ว ก็มักจะเลือกอาชีพสาวใช้เป็นแค่อาชีพทางผ่านก่อนที่จะไปทำอาชีพอื่นเมื่อมีเงินทุนพอที่จะไปทำกิจการอะไรได้แล้วล่ะครับ

แต่มันก็มีอีกด้านหนึ่งครับ กับคนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ไม่ได้ทำงานเป็นสาวใช้แบบเต็มๆ ตัว ชนิดที่ต้องไปปัดกวาดเช็ดถูบ้าน ทำอาหาร เลี้ยงเด็ก เฝ้ายาม ฯลฯ แต่คนเหล่านี้ก็ใส่ชุดสาวใช้เหมือนกัน แต่ทำเงินได้ดีกว่าสาวใช้จริงๆ ซะอีก... แน่นอนครับ คอสเพลย์นั่นแหละ (ที่ผมใช้คำว่า Meido ในชื่อตอน ไม่ได้เขียนผิดหรอกครับ ผมใช้โรมาจิของคำว่าเมดที่เขียนเป็นคาตะคานะมาใช้ เพื่อจะแยกเมดคอสเพลย์ออกจากเมดที่เป็นสาวใช้จริงๆ (ที่เขียนว่า Maid) ในบ้านออกจากกัน คิดว่าคงจะเข้าใจนะครับ)

เมดคาเฟ่เป็นแหล่งทำเงินชั้นดีของคอสเพลย์เยอร์ที่รักงานบริการ และชอบที่จะใส่ชุดสาวใช้หรือบริกร (บัทเลอร์คาเฟ่ (Butler Cafe) ก็เป็นด้านตรงข้ามของเมดคาเฟ่นั่นล่ะครับ กลับจากสาวใช้น่ารักๆ เป็นบริกรหล่อๆ เท่านั้นแหละ) เหตุผลก็เพราะร้านพวกนี้กำไรดีครับ ทั้งค่าอาหาร ค่าสินค้าในร้าน และค่าบริการ (Service Charge) เจ้าของร้านก็นับเงินกันมือเป็นระวิง พนักงานก็ได้เงินไปดังใจ ลูกค้าก็มีความสุขกับการได้มาใช้บริการร้านนี้ ด้วยเหตุผลนี้เอง หลายๆ คนจึงคิดว่าน่าจะมาเป็นเมดในเมดคาเฟ่ก็น่าจะดีเหมือนกัน

แต่... ชีวิตของคอสเพลย์เยอร์ที่มาทำงานในเมดคาเฟ่มันไม่ได้สวยงามไปซะทุกเรื่องหรอกครับ ด้านอันตรายของมันก็มีอยู่บ้างเหมือนกัน อย่างเช่นตัวอย่างในข่าวต่อไปนี้ครับ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

"พวกหื่นๆ น่ารำคาญที่คอยมาตามหาสาวผู้ถูกแต่งตัวเป็นสาวใช้ของโอตาคุ"

อากิฮาบาระ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นย่านการค้าเครื่องใช้ไฟฟ้ามาก่อน ปัจจุบันได้กลายสภาพไปเป็นสวรรค์ของเหล่าโอตาคุ และก็ได้กลายเป็นแหล่งของ "การตามล่าเมด" ที่เหล่าคนชั้นต่ำทั้งหลายจะไปไล่ล่าตามหาคอสเพลย์เยอร์ที่แต่งตัวเป็นสาวใช้ที่เป็นที่ชื่นชอบของเหล่าโอตาคุในญี่ปุ่น ตามการรายงานของ Shukan Asahi

"การตามล่าเมด" จะเกี่ยวข้องกับโจรผู้รายที่จะไปเดินตามล่าคอสเพลย์เยอร์ที่คอยบริการโอตาคุอยู่ในบริเวณอากิฮาบาระนั้น ซึ่งมีรายงานว่า มีสาวน้อยคอสเพลย์ตกเป็นเหยื่อของเหล่าโจรผู้ร้ายเหล่านี้เพิ่มขึ้นและเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อไม่นานมานี้

เมดสาวอายุ 18 ปี แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำกรุงโตเกียวหลังจากที่เธอถูกดักซุ่มในอากิฮาบาระในคืนวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา เธอเล่าว่าเธอแต่งตัวเป็นเมดและไปยืนแจกใบปลิวแนะนำร้านของเธอที่สถานีรถไฟอากิฮาบาระ ชายหนุ่มในแว่นตาเดินเข้ามาหาเธอ แล้วก็ถามเธอว่าร้านของเธอไปทางไหน เมดก็เลยพาชายหนุ่มคนนั้นไปที่ร้าน และนำเขาขึ้นไปที่บันไดชั้นที่สองที่มืดและแคย ทันใดนั้น ชายหนุ่มคนนั้นก็หันมาหาเธอ แล้วก็แทงมีดใส่หน้าของเธอ แล้วก็เอามือจับที่ที่รัดเข่า ก่อนที่จะจับหน้าอกของเมดคนนั้น แล้วก็วิ่งหนีไป



เมดอีกคนหนึ่ง อายุ 18 ปีเช่นกัน ให้สัมภาษณ์ว่าไม่ใช่แค่คนเดียวที่ถูกกระทำแบบนี้ เธอบอกว่ามีอีกอย่างน้อย 8 คนที่โดนชายคนนี้กระทำ เพราะว่าเดือนที่แล้ว ผู้ชายคนนี้ก็เคยแอบจับบั้นท้ายของเธอตอนที่เธอเดินนำขึ้นบันไดไป ก่อนที่เธอจะหันกลับมาด่าชายคนนั้น ส่วนชายคนนั้นวิ่งหนีไป

Ea Moetto ร้านเมดคาเฟ่ที่เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในการเป็นสวรรค์สาวใช้ จริงๆ แล้วก่อนหน้านี้ ร้านแห่งนี้จะต้องเป็นร้านถ้ำมอง ที่ชายหนุ่มจะต้องจ่ายเงินเพื่อจะได้ห้องส่วนตัวที่สามารถดูภาพยนตร์ลามก และยังสามารถจะช่วยตัวเองในห้องนั้นได้ด้วย

เจ้าของร้านเมดคาเฟ่บอกว่า เขาได้ซื้อ DVD หนังลามกมากว่า 3,000 แผ่น และหวังจะเปิดร้านถ้ำมอง แต่ว่ารัฐบาลไม่ให้ใบอนุญาตเปิดร้านเนื่องจากว่าจะมีมหาวิทยาลัยเปิดขึ้นในบริเวณใกล้ๆ กันนี้ (และธุรกิจลามกอนาจารไม่อนุญาตให้เปิดภายในระยะห่างหนึ่งจากสถาบันการศึกษา) นั่นทำให้เขาไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี จนกระทั่งเขาได้ไอเดียว่าจะเปิดเมดคาเฟ่ที่มีห้องส่วนตัว ซึ่งร้านของเขาก็ไม่ได้ลูกค้าที่เป็นโอตาคุอย่างที่เขาคาดไว้ แต่เขาได้ลูกค้าที่เป็นผู้ชายธรรมดาๆ ที่ใช้ร้านนี้เป็นทางเลือกที่ถูกกว่าร้านคาบาเร่ต์ทั่วๆ ไป ในสุดสัปดาห์ เขาได้ลูกค้าในร้าน 100 คนด้วยกัน

ร้าน Ea Moetto คิดราคาการอยู่ด้วยกันกับเมดในห้องส่วนตัว 30 นาที 2,500 เยน ซึ่งลูกค้าจะได้รับบริการจากคอสเพลย์เยอร์เช่นการดื่มชาด้วยกันในถ้วยเดียวกัน หรือการนวดไหล่ให้ และจะมีราคา 6,000 เยนสำหรับการพาเมดไปเดินเที่ยวนอกร้าน 1 ชั่วโมง หนึ่งในพนักงานร้านบอกอีกว่า ทางร้านห้ามลูกค้ากับพนักงานไปมีเพศสัมพันธ์หรืออะไรก็ตามที่คล้ายคลึงกันในการออกไปข้างนอก แต่เช่นเดียวกับร้านคาบาเร่ต์ ที่จะไม่ห้ามพนักงานมีความรักกับลูกค้า เคยมีลูกค้าคนหนึ่งเรียกให้สาวใช้คนหนึ่งไปบริการถึง 7 ชั่วโมง ก่อนจะพาเธอไปเดทที่โตเกียวดิสนีย์แลนด์

แปลและเรียบเรียงจาก: "Pesky perverts pry on otaku 's dolled-up maids" โดย Ryann Connell คอลัมน์ Wai Wai หนังสือพิมพ์ไมนิจิ ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 2 พฤศจิกายน 2006



ไม่รู้ว่าหลังจากจบข่าวนี้ จะทำให้มีคนเข้าไปสมัครงานเป็นพนักงานที่เมดคาเฟ่มากขึ้นหรือน้อยลงนะครับ แต่ก็อย่างที่เห็นแหละครับ ว่าการเป็นเมดในเมดคาเฟ่ มันก็มีทั้งสองด้าน ด้านหนึ่ง การที่คุณแต่งตัวแปลกแยกจากประชากรคนอื่นทั่วไป ก็เท่ากับคุณจะตกเป็นเหยื่อหรือเป็นเป้าหมายของพวกมิจฉาชีพที่ทั้งหวังร่างกายของคุณหรือหวังทรัพย์สินของคุณได้ง่ายกว่าเดิม (มีข่าวว่ามีโจรไปดักจี้เมดเอาเงินด้วย เพราะว่าอย่างที่บอกล่ะครับ เมดรายได้ดี โจรก็เลยดักปล้นเมด เพราะคิดว่าสาวน้อยน่ารักที่มาเป็นคอสเพลย์เยอร์จะอ่อนแอ ไม่มีวิชาป้องกันตัวใดๆ ที่จะมาต่อต้านโจรผู้ร้ายเหล่านี้) มันก็เหมือนคำที่เขาบอกกันทั่วๆ ไปล่ะครับว่า High Risk, High Return อาชีพพนักงานในเมดคาเฟ่มีความเสี่ยงอยู่ระดับหนึ่ง มากกว่าพนักงานเสิร์ฟทั่วๆ ไปในร้านอาหารอยู่เล็กน้อย เพราะว่าเธอจะต้องทำงานบริการมากกว่าพนักงานเสิร์ฟทั่วๆ ไป แต่ว่าค่าตอบแทนที่เธอได้ก็มากกว่าพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารทั่วๆ ไปด้วยเหมือนกัน ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองล่ะครับ ว่าจะหาวิธีการลดความเสี่ยงตรงนี้ได้อย่างไร อย่างน้อยที่น่าจะแนะนำได้ ก็คือพวกศิลปะป้องกันตัวด้วยมือเปล่าทั้งหลายนี่แหละครับ ผมเชื่อว่าคงไม่มีร้านไหนที่จะบอกให้พนักงานยอมโดนลูกค้ากระทำย่ำยีหรอก แบบนั้นจะเสียชื่อเสียงกว่าพนักงานจัดการลูกค้าหื่นกามได้เยอะเลย

แต่อีกทางหนึ่ง ลูกค้าที่มาเข้าเมดคาเฟ่ไม่ได้มีแต่โอตาคุหื่นๆ ที่หวังจะมา "ได้" อะไรจากพนักงานในร้านหรอกครับ หลายคนก็มาแค่ทานอาหารตามปกติ มาหาคนนวดไหล่ให้หายเมื่อย หาเพื่อนคุยเพื่อนดื่มชาด้วย ก็เท่านั้น แล้วเมื่อคนสองคนได้คุยกัน ได้ทำความรู้จักกัน (อย่างน้อยๆ มันก็ต้องมีถามชื่อกันบ้างล่ะ คนเข้าไปอยู่ด้วยกันสองต่อสอง 30 นาทีเนี่ย จะให้คุยกันโดยไม่รู้จักกันเลย ก็ตายพอดี) มันก็ต้องมีความสนิทกันบ้างไม่มากก็น้อย ยิ่งถ้าไปเจอเมดที่ถูกคอ คุยกันสนุก เข้าใจกัน มีอะไรๆ หลายๆ อย่างเหมือนกัน ความรักมันก็บังเกิดขึ้นได้ไม่ยากหรอกครับ ผมเชื่อว่าวันที่พนักงานคนนั้นมาลาออกจากคาเฟ่โดยบอกว่า "แฟนของฉันเขาไม่ให้ทำงานนี้แล้วค่ะ เขาอยากจะให้ฉันไปบริการเขาคนเดียวค่ะ ดังนั้นคงต้องขออภัยด้วยนะคะ ที่ฉันคงมาทำงานที่นี่ไม่ได้อีกแล้ว ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งค่ะ" คงจะไม่มีเจ้าของร้านและเพื่อนร่วมงานคนไหนที่จะดึงเธอไว้หรอกครับ ก็การที่ได้มีความรักกับชายหนุ่มที่ดี ก็เป็นความฝันอันสวยงามของเด็กผู้หญิงอยู่แล้วนี่นา พนักงานในเมดคาเฟ่หลายๆ คนก็คงจะคิดเหมือนผมแหละว่า ถ้าตัวเองมีแฟนแล้ว ก็คงมาทำงานแบบนี้ไม่ได้แล้วล่ะ

ยังไงนี่ก็เป็นด้านบวกและด้านลบของเมดคาเฟ่ที่ใครที่อยากจะไปสมัครเป็นพนักงาน (ไม่จำเป็นต้องเป็นคอสเพลย์เยอร์หรอกครับ ผมเชื่อว่าเมดคาเฟ่เน้นที่การบริการมากกว่าการใส่ชุดแล้วขึ้นหรือไม่ขึ้น ถ้าคุณทำงานบริการได้ดี คุณก็ประสบความสำเร็จในการสวมชุดเมดแล้วนี่ครับ หรือผมเข้าใจอะไรผิด) คงต้องรับรู้และตัดสินใจชั่งน้ำหนักเอาเอง แต่ยังไงเสียงานนี้ก็เป็นอาชีพสุจริตอาชีพหนึ่งที่ผมว่าไม่เสียหายอะไร และก็คงไม่มีใครไปดูถูกคุณได้ว่าคุณไปทำงานเป็นเมดในเมดคาเฟ่ (ที่ดีๆ) อย่างน้อยคุณก็หาเงินได้ด้วยตัวเอง ดีกว่าพวกเกาะชาวบ้านกิน พวกโกงกิน พวกทำตัวไม่มีประโยชน์ หรือพวกโจรผู้ร้ายอะไรพวกนี้อีกเยอะเลยล่ะ

ส่วนเรื่องลูกค้าของร้านพวกนี้ คงไม่ต้องพูดอะไรมากล่ะมั้งครับ แค่อย่าไปหาเศษหาเลยกับพนักงานเพราะคิดว่าจ่ายเงินแล้วเขาต้องยอมเราทุกอย่าง อย่าคิดแบบนั้นครับ เพราะว่าต่อให้เธอเป็นพนักงานหรืออะไรยังไง เธอก็ยังเป็นเด็กผู้หญิง เป็นผู้หญิงเหมือนกับแม่ของเรา ซึ่งเราไม่ควรไปทำอะไรไม่ดีด้วย จำข้อนี้ไว้ก็พอครับ แล้วก็ไปมีความสุขให้เต็มที่กับเมดคาเฟ่ซะ ส่วนเรื่องรักในคาเฟ่ ถ้าคุณหวังว่าอยากจะเจอ ก็ขอให้พลังแห่งผ้ากันเปื้อนและหัวใจรักบริสุทธิ์จงคุ้มครองคุณให้ได้เจอกับเมดสาวผู้น่ารักที่รักคุณจริงๆ ไม่หวังจะปอกลอกเอาแต่เงินหรือหวังแต่จะหากำไรให้คาเฟ่ เท่านั้นล่ะครับ

ภาพประกอบจาก http://en.wikipedia.org/

ด้วยรักในผ้ากันเปื้อน ไม้กวาด และที่คาดผม

ยามาซากิ (มิคามุระ) คาโอรุ

Comment

Comment:

Tweet


หุๆๆ ม่ายรู้จะคอมเม้นท์ไรดี เอาเป็นว่าน้องเมดคนนั้นน่ารักฮ่า
#2 by .. At 2006-11-16 22:31,
อ๊ะ...จู่ ๆ ก็เอาเรื่องเมดมาลง อยากเป็นเมดรึพี่
(พลั่ก~!!!!!)
#1 by RE:GUMEAW The character group At 2006-11-16 18:06,