2008/Dec/23

ตอนนี้ชักรู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวแทนรับจัดหาคอสเพลเยอร์ให้งานอีเวนต์ซะแล้วสิ...

แน่นอนครับ คาโอรุไม่คิด ไม่เคยคิด และไม่มีวันคิดจะไปเปิดโมเดลลิ่งคอสเพลย์คอยส่งคอสเพลเยอร์ให้งานอีเวนต์ไหนที่สนใจอยากได้คอสเพลเยอร์ไปร่วมงานหรอกครับ มันผิดต่อคอสเพลย์อย่างรุนแรง และอย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย เปิดโมเดลลิ่งธรรมดาๆ จะรอดรึเปล่าก็ยังไม่รู้เลย ตังค์ก็ไม่มี สถานที่ก็ไม่มี เวลาจะไปเดินหาสาวตามห้างก็ไม่มี แถมไม่นิยมทำอะไรแบบนั้นด้วย สรุป เจ๊งชัวร์ 555+

แล้วมันเกิดอะไรขึ้นถึงต้องมาบอกกันแบบนี้ล่ะ คำตอบก็ง่ายๆ ครับ หลายๆ ท่านคงจะทราบมาแล้วว่าช่วงนี้มีงานเชิญคอสเพลย์ไปร่วมเยอะเหลือเกิน ทั้งงาน Countdown ปีใหม่ (อ่านรายละเอียดในบล็อก C3 ได้) งานของ Lacoste (ที่ลาน @tawan วันที่ 27 นี้ ตั้งแต่ 11.00 น. เป็นต้นไป แค่แต่งชุดไปแล้วก็ไปกินฟรีดื่มฟรี ถ่ายรูปนิดหน่อยแค่นั้นครับ) แล้วก็งานวันเด็กที่เซนทรัลแอร์พอร์ต (อ่านรายละเอียดในบล็อก C3 ได้เช่นกัน) 3 งานเต็มๆ ในเวลาแค่ 2 สัปดาห์แค่นั้นเอง ชาวคอสทั้งหลายคงวิ่งวุ่นกันพอสมควรล่ะครับว่าจะลงงานไหนดี ทั้งงานชนกัน ทั้งตรงกับวันหยุดปลายปีอีก เฮ้อ... ทำใจลำบากกันใช่มั้ยล่ะครับ

เช่นเดียวกันครับ พวกคุณลำบากที่ว่าจะลงกันงานไหนบ้าง ชุดไหนบ้าง ส่วนตัวผมเองและ C3 ก็ลำบากใจที่ว่ามีหน่วยงานนั้นนี้ติดต่อมา ทั้งภาครัฐและเอกชน (จริงๆ นะ) ว่าขอให้ช่วยหาคอสเพลเยอร์ไปร่วมงานหน่อย มีกิจกรรมตามนี้ๆ   ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเพราะอะไร และทำไมถึงติดต่อมาที่นี่ เหมือนกับว่า C3 เป็นเอเจนซี่คอสเพลย์ สามารถจัดส่งคอสเพลเยอร์ไปงานได้ตามต้องการอย่างนั้นเถอะ ฮะๆ

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การจะติดต่อคอสเพลเยอร์ให้ไปงานนั้นงานนี้ มันไม่ได้ง่ายเลยแม้แต่นิดเดียวครับ ด้วยเหตุผลตามนี้

1. C3 หรือชมรมการ์ตูนเชียงใหม่เป็นชมรมที่รวมตัวกันขึ้นของคนที่รักในการ์ตูน ชอบในการ์ตูน และอยากจะร่วมกันพัฒนาวงการการ์ตูนให้ก้าวไปข้างหน้า ทุกคนมีสิทธิ์มีเสียงเท่ากัน มีอำนาจในการตัดสินใจเป็นของตัวเอง ไม่มีใครใน C3 สามารถสั่งให้ใครไปทำอะไรได้ และเช่นเดียวกัน C3 ก็ไม่มีอำนาจที่จะบอกให้คอสเพลเยอร์คนไหนไปงานไหนได้ เป็นแต่เพียงการแจ้งข่าวและขอความร่วมมือเท่านั้น สิทธิ์ในการตัดสินใจจะไปหรือไม่ไปงานไหนเป็นสิทธิ์ของคอสเพลเยอร์แต่ละท่านเอง (หรืออาจจะเป็นผู้ปกครองหากคอสเพลเยอร์ยังมีอายุไม่มาก)

2. ต่อเนื่องจากข้อ 1 เมื่อการจะไปคอสเพลย์ที่งานไหนเป็นสิทธิ์ตัวใครตัวมัน ดังนั้นโดยส่วนใหญ่คอสเพลเยอร์จะมีตารางคอสฯ ของตัวเองอยู่แล้ว ว่างานไหนจะใส่ชุดอะไรไป และจะไปงานไหนบ้าง เมื่อมีงานแทรกเข้ามาในตาราง เขาก็ต้องใช้เวลาในการเตรียมตัวและวางแผนใหม่ ถ้าพอมีเวลาและอยากไปก็เตรียมชุดกันได้ แต่ถ้าไม่มีเวลา... อย่างดีคือรีคอสไป และอย่างร้ายคือไม่ไปมันซะเลย ดันมาแจ้งกระทันหันแบบนี้ ดังนั้นท่านใดที่อยากจะให้คอสเพลเยอร์ไปร่วมงาน   ให้เวลาเตรียมตัวหน่อยนะครับ อย่างน้อยๆ 1 เดือนเป็นอย่างต่ำเลย และลองสืบๆ ดูตารางงานตามเว็บคอสเพลย์เว็บการ์ตูนด้วยก็ดีนะครับ ว่าช่วงนั้นมีงานอะไรที่จัดเป็นงานการ์ตูนจริงๆ ด้วยหรือเปล่า ถ้ามี คนก็จะแห่ไปงานนั้นกันหมดแหละครับ เพราะโดยธรรมชาติหลักของคอสเพลย์ เขาก็อยากไปงานการ์ตูนจริงๆ อยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ

3. 99% ของคนที่อยากให้คอสเพลย์ไปร่วมงาน ส่วนใหญ่คือให้ไปเป็นสีสัน ให้มีอะไรแปลกๆ ฉูดฉาดๆ ตื่นตาตื่นใจหน่อย และส่วนใหญ่เลยก็คืออยากจะให้คนทั่วไปที่ไปร่วมงานมาถ่ายรูปคอสเพลเยอร์ได้ มีบางงานที่ขอให้มีการแสดงด้วย   เช่นเดียวกับข้อบนครับ ถ้าจะขอให้มีการแสดง ก็ต้องให้เวลาซ้อม ให้เวลาคิดพล็อต ให้เวลาเตรียมตัวด้วย ไม่งั้นเขาก็ซ้อมกันไม่ทัน งานก็จะออกมาไม่ดี  

ส่วนเรื่องการถ่ายรูป เข้าใจว่าคนภายนอกหลายคนคิดว่า คอสเพลเยอร์คือคนที่อยากให้คนมาถ่ายรูปตัวเอง แน่นอนว่าผิดถนัดครับ การถ่ายรูปถือเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่คอสเพลเยอร์คือคนที่แต่งตัวตามแบบตัวการ์ตูน และอยากจะเข้าถึงตัวละครตัวนั้นๆ   ดังนั้นการถ่ายรูปไม่ใช่ไฟต์บังคับสำหรับคอสเพลเยอร์ครับ   คอสเพลเยอร์หลายท่านคงจะทราบดีถึงกฎการถ่ายภาพคอสเพลเยอร์ว่า คอสเพลเยอร์มีสิทธิ์ที่จะให้ใครถ่ายหรือไม่ให้ใครถ่ายก็ได้ และมีสิทธิ์เต็มในการปกป้องตัวเอง   คอสเพลเยอร์ไม่ใช่ดาราครับ ที่จำเป็นต้องเปลืองตัวบ้างเพื่องาน และคอสเพลเยอร์ไม่ใช่คนของประชาชนที่ต้องยอมประชาชนทุกเรื่อง คอสเพลเยอร์มีสิทธิ์เต็มในตัวเองครับ มีสิทธิ์ที่จะเลือกทำอะไรอย่างไรก็ไดตราบใดที่ยังเคารพในสถานที่และงาน   ถ้าอยากได้คนที่สั่งซ้ายหันขวาหันได้ล่ะก็... ไปจ้างพริตตี้อาชีพมาดีกว่าครับ

4. คอสเพลเยอร์ 90% เป็นนักเรียน นักศึกษา และคนที่เพิ่งทำงานมาใหม่ๆ ส่วนใหญ่จะไม่มีเวลาว่างในวันปกติหรอกครับ ดังนั้นถ้าจะขอนัดมาวันปกติก็ต้องเตรียมใจโดนปฏิเสธไว้ได้เลย ดังนั้นสังเกตได้เลยครับ งานเหล่านี้มีกันวันเสาร์อาทิตย์ทั้งนั้น เพื่อเหตุผลนี้

เอาเท่านี้ก่อนก็แล้วกันครับ ก็อยากให้ทุกท่านที่ติดต่อมาไม่ว่าจะกับใครก็ตามเพื่อที่อยากจะให้คอสเพลเยอร์ไปร่วมงานได้เข้าใจในจุดนี้ หลายคนบอกว่าคอสเพลเยอร์หยิ่ง เรื่องมาก จริงๆ แล้วมันไม่ใช่หรอกครับ แต่ว่ามันเป็นการทำเพื่อปกป้องตัวเอง และปกป้องคนที่เป็นตัวแทนรับเรื่องและจัดหาคอสเพลเยอร์ไปงานด้วย เพราะถ้าเกิดอะไรไม่ดีไม่งามขึ้นมาล่ะก็ คนที่พาไปก็ต้องรับผิดชอบอย่างหลบเลี่ยงไม่ได้ แล้วคอสเพลเยอร์ก็จะได้รับตราบาปโดยที่ไม่จำเป็น   คอสเพลเยอร์ 90% เป็นนักเรียน นักศึกษา และคนที่เพิ่งทำงานใหม่ๆ   อย่าเพิ่งให้อะไรแบบนี้มาเกิดกับเขาเหล่านี้ แล้วให้เขาต้องจำภาพแย่ๆ เหล่านั้นไปตลอดชีวิตเลยครับ อะไรที่ป้องกันได้ ก็ควรจะป้องกันไว้ก่อน กันไว้ดีกว่าแก้ นั่นแหละครับดีทีุ่สุด   พวกเราไม่อยากปฏิเสธงานไหนหรอกนะครับ แต่พวกเราก็ให้งานที่เราจะไปนั้นน่ะ ดีสำหรับทั้งเรา และสำหรับทั้งผู้จัดงานด้วย ถ้าดีทั้งสองฝ่าย ก็โอเค แต่ถ้าไม่... มันก็ช่วยไม่ได้หรอกครับ

ปล1. ไม่ได้หมายความว่า C3 จะไม่รับงานจัดหาคอสเพลเยอร์ให้งานต่างๆ แล้วนะครับ ยังคงยินดีรับการติดต่อจากทุกท่านทุกงานเหมือนเดิม แต่อยากจะให้รับทราบในเรื่องราวต่างๆ เหล่านี้ เพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องครับ

ปล2. อันนี้ไม่ใช่ความคิดเห็นของ C3 นะครับ อันนี้ส่วนตัวล้วนๆ มีอะไรว่ามาที่ส่วนตัวได้เลยครับ C3 ไม่เกี่ยวนะครับ

Comment

Comment:

Tweet


สัวสดีคะ
ดิฉันเป็นตัวแทนจากบริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด ทางรายการแบไต๋ไฮเท็ค ของเรา อยากทำสกู๊ป เกี่ยวกับ Casplay agency ไม่ทราบว่า ภายในอาทิตย์ นี้สะดวกให้เข้าไปถ่ายทำ และสัมภาษณ์วันไหนคะ?
หากสนใจ ติดต่อกลับมาที่ 081 4502498 (คุณวะ)
ขอบคุณคะ
#6 by Shownolimit (58.8.194.51) At 2011-07-26 14:59,
#5 by (118.172.159.31) At 2009-06-17 11:41,
จริงๆ มันมีกรณีศึกษาของเรื่องการจัดการในรูปแบบนี้อยู่นะครับ คือด้วยความที่ภาพมันชัดเจน จึงเป็นการง่ายในการที่คนภายนอกจะนึกถึงครับ

โดยสรุปก็คือ มีทางเลือก 2 ทางครับ ว่าจะลุยเป็น agency/แม่งาน(ซึ่งเป็นอยู่แล้ว) เต็มตัว หรือว่าจะประกาศชัดเจนว่าไม่ขอเป็นตัวแทนอะไรเลย

จริงๆ ทุกเรื่องมันมีโอกาสอยู่นะครับ ลองหาช่องว่างในเรื่องนี้ดูแล้วพลิกกลับมาว่าอะไรที่จะสามารถดันให้วงการการ์ตูนพัฒนาเพิ่มเติมได้อีก แนะนำเท่านี้ล่ะครับ double wink
#4 by nora At 2008-12-24 02:36,
ตอนที่เห็นจากบล็อก C3 ยังตกใจเลยว่า อะไรมันจะเยอะขนาดนั้น sad smile

ตอนนี้ต้องยอมรับว่า ในสายตาคนทั่วไป "คอสเพลย์" ยังเป็นเรื่องแปลกใหม่ และดึงดูดความสนใจได้
ทางผู้ประกอบการบางส่วนเห็นในจุดนี้ จึงนำเอาการคอสเพลย์ มาเป็นจุดดึงดูดของสินค้าตัวเอง ในฐานะที่ไม่ต่างอะไรกับพริตตี้เรียกลูกค้า
(ไม่เสียเงินจ้างด้วยเอ้า)
อย่างงานของบางที่ ที่ไม่มีอะไรเกี่ยวกับเกมหรือการ์ตูนเลย ...
ยกตัวอย่างงานน้องตะโขงเนี่ย ไม่มีอะไรที่จะบ่งบอกว่ามันเป็นเกมเป็นการ์ตูนเลยซักกระผีก ยังอุตส่าห์จะให้มีคอสฯ
(หรือแบรนด์น้องตะโขงจะเริ่มผลิตชุดโลลิต้า ??)
แต่ยังไงซะเลเยอร์หลายๆท่าน ก็คงแฮปปี้กันในระดับหนึ่ง ที่มีงานให้คอส

จะเรียกว่าได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่ายก็พอไหว

(ถึงแม้บางคนจะรู้สึกว่า "เอากรูมาเป็นสินค้านี่" ก็เถอะ ...มันขึ้นอยู่กับมุมมอง...)

เรื่องตารางคอสของเลเยอร์ คิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพราะเลเยอร์เชียงใหม่ส่วนใหญ่ค่อนข้างมีโปรเจคแน่นอนกันอยู่แล้วว่าชุดไหนลงงานการ์ตูน เพราะเป็นงานที่แน่นอนที่สุด งานไหนที่มันบอกกระชั้นชิดนัก ก็ขนชุดเก่า หรือไม่ก็ชุดที่ดองไว้แต่ไม่สบโอกาสใส่มาใส่ก็ได้

แต่เรื่องผู้ประกอบการที่อยากให้มีการแสดง แต่มาบอกก่อนวันงาน 1 อาทิตย์เนี่ย น่าตบกบาลแยก ...

เรื่องการถ่ายรูป พูดไปจะยาวกว่านี้
เอาเป็นว่า คงห้ามไม่ได้ ต้องให้เลเยอร์ดูแลตัวเองให้ดี เป็นวิธีแก้ไขที่ดีที่สุด
(ดีกว่านั้นคือ ไปไพรเวทเลย....)


ส่วนที่ผู้จัดงานมักเข้ามาหา C3 ให้หาคนให้ เพราะเค้าคิดกันว่า C3 จัดงานการ์ตูน น่าจะรู้จักพวกเลเยอร์เยอะ คงหาเลเยอร์มาเป็นพริตตี้ให้เราได้.....
....
ผมว่าควรจะชี้แจงกับผู้จัดให้ชัดเจนไปเลยอย่างที่พี่ปอบอกในบล็อกน่ะครับ
(หรือจริงๆชี้แจงชัดๆไปแล้ว แต่เค้าไม่ใส่ใจจะฟังกันนะ sad smile )
#2 by † SORCEL † At 2008-12-23 23:20,
ตบไหล่ๆ เข้าใจอารมณ์เลยๆ


กรุงเทพนี้แย่กว่าอีกเจอแบบบอกวันนี้พรุ่งนี้ไป เห้อ....
+บลาๆ ที่ไม่อยากว่า.... บ้างอันเห็นแล้วเสียอารมณ์แทน
บ้างอันก็ดีถึงจุ่ดีๆจะเรียกมาใช้งนแต่ก็ให้ค่าหนม+ค่ารถ


ไม่อยากให้คอสเพลย์เจออะไรแบบนี้เลย
ไม่ค่อยเข้าใจคนจัดเหมือนกัน เง้อ
#1 by ฿฿- Try -฿฿ At 2008-12-23 23:17,